วันอังคารที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2555

อบต.มมร.สธ.หร.โกเมศซอยการเมือง

'ยิ่งลักษณ์' เอาอยู่ วินาศกรรม

'ยิ่งลักษณ์' เอาอยู่ วินาศกรรม โว! คุมได้แล้ว สั่งจี้ทูตมะกัน ถอนคำเตือน

“ปู” ลั่นเอาอยู่ รัฐบาล เจ้าหน้าที่คุมสถานการณ์ก่อการร้ายได้แล้ว ขอประชาชนอย่าตระหนก พร้อมสั่งทุกหน่วยความมั่นคงติดตามอย่างใกล้ชิด กวดขันดูแลความปลอดภัย ปชช. สั่ง “ยุทธศักดิ์” จี้ถอนคำเตือนทันที ด้าน ผช.ทูตทหารมะกันโผล่ถก ผอ.สำนักแผนกลาโหม โฆษก กห.ระบุสหรัฐอ้างเป็นระบบงานสถานทูต พร้อมประสานประเทศถูกเตือนผ่าน กต. ยันต่อไปจะคุยชัดเจนขึ้น ย้ำไทยไม่ใช่เป้าโจมตี ขณะที่ “เพรียวพันธ์” หิ้วหนุ่มชาวเลบานอน ผู้ต้องหากลุ่มก่อการร้ายฮิซบอลเลาะห์ค้นรังย่านมหาชัย เจอสารประกอบวัตถุระเบิดอื้อ ปุ๋ยยูเรีย-แอมโมเนียไนเตรต เตรียมส่งออกไปประเทศที่ 3 ก่อนคุมตัวสอบเข้มที่ บก.ตชด. หาผู้ร่วมขบวนการ ก่อนตั้งข้อหาซุกสารตั้งต้นผลิตบึ้มเพื่อก่อการร้าย เตรียมฝากขังศาลสมุทรสาคร ทางด้านอดีตเลขาฯ สมช.แนะส่ง “อาทริส” ให้สวีเดน หวั่นไทยถูกดึงร่วมสงครามก่อการร้าย

บุกค้นรัง “ฮิซบอลเลาะห์” กลางมหาชัย

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 16 ม.ค.55 พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 200 นาย ตรวจค้นและจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยในจุดที่คาดว่าคนร้ายเก็บวัตถุระเบิดสำหรับเตรียมก่อการร้ายในไทย ที่บริเวณอาคารพาณิชย์ปากทางเข้าวัดกาหลง จ.สมุทรสาคร โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายอาทริส ฮุสเซน (Atris Hussein) ไปยังจุดที่เกิดเหตุ หลังให้การว่าได้นำวัตถุระเบิดมาซุกซ่อนไว้ในตึกแถวบริเวณดังกล่าว จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในจุดดังกล่าว ระบุว่า พบวัตถุต้องสงสัยสำหรับเตรียมก่อเหตุจริง

พล.ต.อ.เพียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. เปิดเผยหลังเข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น เลขที่ 52/15 หมู่ 2 ต.กาหลง อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่งน่าเชื่อว่าเป็นแหล่งซ่องสุมอาวุธ และแหล่งผลิตวัตถุระเบิดของกลุ่มก่อการร้ายที่จะเข้ามาก่อเหตุในประเทศไทยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่า จากการสอบปากคำนายอาทริส ฮุสเซน ผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ชาวสวีเดน เชื้อชาติเลบานอน ได้ให้การเป็นประโยชน์ พร้อมเปิดเผยจุดซุกซ่อนของกลาง ซึ่งเป็นสารประกอบวัตถุระเบิด ประกอบไปด้วย ปุ๋ยยูเรีย 380 กิโลกรัม, แอมโมเนียไนเตรต ละลายน้ำ 10 แกลลอน, พัดลม 400 ตัว, กระดาษเอ 4 และรองเท้าแตะจำนวนมาก โดยของกลางทั้งหมดได้ถูกบรรจุอยู่ในหลังกระดาษ แล้วเก็บไว้ภายในอาคารดังกล่าว ทั้งนี้จากแนวทางการสอบสวนทราบว่า สารประกอบวัตถุระเบิดดังกล่าวไม่ใช่เพื่อนำมาใช้ก่อเหตุในประเทศไทย เนื่องจากมีการบรรจุในลังกระดาษอย่างมิดชิดจำนวน 337 ลัง แต่เตรียมลำเลียงออกนอกประเทศโดยทางเรือ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ว่าเป็นประเทศใด

“เบื้องต้นทราบว่านายอาทริสมาเช่าอาคารแห่งนี้เพื่อเก็บของไว้ 1 ปีแล้ว แต่ตรวจสอบเจ้าของอาคารก็ไม่ทราบ และไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ก่อการร้าย ทั้งนี้ ตำรวจจะอายัดของกลางทั้งหมดพร้อมส่งไปยังกองพลาธิการ สำนักงานส่งกำลังบำรุงเพื่อนำไปตรวจสอบ ส่วนตัวนายอาทริสจะถูกนำตัวไปดำเนินคดีตามความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาวุธยุทธภัณฑ์ มาตรา 39 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และจะยังไม่มีการผลักดันออกนอกประเทศ” ผบ.ตร. กล่าว

คุมตัวสอบหาผู้ร่วมขบวนการ

พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. กล่าวว่า หลังจากได้ควบคุมผู้ต้องหาและตรวจยึดของกลางทั้งหมดภายในตึกแถว จ.สมุทรสาครแล้ว ได้คุมตัวนายอาทริสไปทำการสอบสวนเพิ่มเติมที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) โดย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัตร รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.เจตน์ มงคลหัตถี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ร่วมกับพนักงานสอบสวนของ บช.น. บช.ภ.7 บช.ส. สตม. และ กก.สส.บช.น. ร่วมเป็นพนักงานสอบสวน เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ยุทธภัณฑ์ ว่าด้วยมีไว้ซึ่งยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนจะมีการซุกซ่อนวัตถุดังกล่าวที่จุดอื่นอีกหรือไม่นั้นยังไม่พบ และจะยังไม่ทำการผลักดันตัวผู้ต้องหาออกนอกประเทศในตอนนี้ จะทำการสอบสวนและแจ้งข้อหาที่แน่ชัดก่อน เนื่องจากพบว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการอีกหลายคน โดยเฉพาะผู้ต้องสงสัยตามภาพสเกตช์ ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตามตัวยังไม่เจอ และไม่ยืนยันว่ายังอยู่ในกรุงเทพฯ หรือไม่ ต้องใช้เวลาสืบสวนอีกสักระยะ

ต่อมาเวลา 11.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บก.ตชด.) พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุทิน เขียวรัตน์ ผบช.ตชด. พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. และ พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผกก.สายตรวจ บก.สปพ. พร้อมเจ้าหน้าที่ สปพ. ได้ควบคุมตัวนายอาทริส ฮุสเซน ชาวเลบานอน ผู้ต้องหากลุ่มก่อการร้ายฮิซบอลเลาะห์ มาทำการสอบสวนเพิ่มเติม

ตั้งข้อหาซุกสารตั้งต้นผลิตบึ้มก่อการร้าย

พล.ต.ท.จรัมพร กล่าวว่า จากกการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบมีการนำปุ๋ยยูเรีย และแอมโมเนียไนเตรต ทั้งชนิดเกล็ดและน้ำบรรจุอำพรางในถุงทรายแมว มีพัดลม 400 กล่อง กระดาษเอ 4 เครื่องทำสุญญากาศ อุปกรณ์ใช้บรรจุของ และรองเท้าแตะ ซึ่งนายอาทริสได้ให้การว่า พลาสติกใสด้านในถุงปุ๋ยซื้อมาจากแถวเยาวราช ส่วนถุงรูปแมวด้านนอกมีคนนำมาส่งให้ ซึ่งยังไม่ทราบที่มา ซึ่งปุ๋ยยูเรียทั้งหมดได้ส่งออกไปยังประเทศที่ 3 แถบตะวันออกกลาง โดยส่งอำพรางไปกับสิ่งของอื่นๆ ในตู้คอนเทนเนอร์ โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจเก็บหลักฐาน ลายนิ้วมือแฝงรวมทั้งดีเอ็นเอของผู้ที่เกี่ยวข้องในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้ต้องสงสัยกลุ่มนี้น่าจะเป็นเพียงตัวการในการจัดหาวัตถุดิบในประเทศไทย และส่งออกไปยังประเทศในตะวันออกกลาง ไม่น่าจะเป็นการก่อวินาศกรรมในประเทศไทย จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า อาคารพาณิชย์ที่เช่าเก็บปุ๋ยยูเรีย มีที่นอน 3 ที่ และมีร่องรอยการใช้สิ่งของในห้องและมีคนเข้าออกตลอดเวลา ซึ่งเชื่อว่าน่าจะมีผู้เข้าร่วมขบวนการมากกว่า 1 คน อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ตำรวจไม่สามารถแจ้งข้อหากับนายอาทริสได้ เนื่องจากยังไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ แต่จากการสอบสวนขยายผลไปตรวจสอบยังที่เก็บปุ๋ยยูเรียตามที่นายอาทริสเช่าอาคารพาณิชย์เก็บไว้ พบหลักฐานที่เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ ซึ่งมีข้อกำหนดให้แจ้งกระทรวงกลาโหม หากมีแอมโมเนียไนเตรตเก็บไว้เกินที่กำหนด จึงแจ้งข้อหามีแอมโมเนียไนเตรตไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมควบคุมตัวดำเนินคดีต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงได้ควบคุมตัวนายอาทริส ไปสอบสวนเพิ่มเติมยังห้องประชุมชั้น 5 อาคารจุลละพราหมณ์ บก.ตชด. อย่างเข้มงวด โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนและผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องขึ้นไปยังพื้นที่ชั้น 5 พร้อมวางกำลังอารักขาอย่างเข้มงวด

เตรียมฝากขังศาลสมุทรสาคร

เมื่อถามถึงการควบคุมตัวผู้ต้องหาไปที่เกิดเหตุ ได้มีการสอบปากคำอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น พล.ต.อ.เพียวพันธ์ ได้สอบสวนเพิ่ม โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทั้งหมดว่าตนพักอยู่ที่ใด ส่วนจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะแจ้งข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ โดยในส่วนสารเคมีที่ค้นพบ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีข้อมูลอยู่แล้ว ซึ่งคาดว่าไม่ได้นำมาใช้ในประเทศไทย ซึ่งจะต้องรอให้เจ้าหน้าที่สอบปากคำเพื่อขยายผล สำหรับการควบคุมตัวนั้น สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ภายใน 48 ชั่วโมง ก่อนขออำนาจศาลฝากขังภายในวันที่ 17 ม.ค. อาจจะฝากขังไว้ที่กองปราบปรามหรือ สน.ในพื้นที่ แต่ภายหลังการสอบปากคำเพิ่มเติม ถ้าพบว่าเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์จะขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลจังหวัดสมุทรสาคร และหากมีการแจ้งข้อหาอื่นๆ เพิ่มเติมจะขออำนาจศาลฝากขังไว้ที่ศาลอาญา โดยจะมีการจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มตามอีกหรือไม่ รวมทั้งต้องรอผลสรุปการสอบสวนเสร็จสิ้น คาดว่าวันที่ 17 ม.ค.น่าจะแล้วเสร็จ

“ปู” ลั่นเอาอยู่ก่อการร้ายข้ามชาติ

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ถึงความคืบหน้ากรณีที่ผู้ก่อการร้ายเข้ามาอยู่ในประเทศไทย โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ผบ.ตร.คุมกำลังตำรวจเข้าตรวจค้นโรงงานเป้าหมายเครือข่ายก่อการร้าย ซอยวัดกาหลง ย่านมหาชัย สมุทรสาคร ว่า ขณะนี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รายงานความคืบหน้าแล้ว ซึ่งตนขอให้ประชาชนไม่ต้องตกใจ สามารถควบคุมได้ โดยขณะนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานด้วยความมั่นคง ทั้งกระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งต้องรอสรุปผล แล้วให้ สตช. แถลงอีกครั้งอย่างเป็นทางการ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ถือเป็นสัญญาณบอกเหตุอะไร ขณะเดียวกันได้ติดตามทุกความเคลื่อนไหวพร้อมเพิ่มกำลังดูแลในทุกสถานที่สาธารณะ ตนขอให้ประชาชนไม่ต้องเป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัย ส่วนกรณีที่ทางการอิสราเอลแจ้งเตือนว่าจะเกิดเหตุก่อนวันที่ 12 กุมภาพันธ์นั้น นายกรัฐมนตรียืนยันว่าไม่มี ซึ่งรัฐบาลได้มีการตรวจสอบและติดตามสถานการณ์อยู่แล้ว พร้อมขอความร่วมมือสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าว เพราะเป็นเรื่องของความมั่นคง ซึ่งจะให้กระทรวงการต่างประเทศประสานไปยังประเทศต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวแล้ว

ด้าน พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกตรวจค้นและจับผู้ต้องสงสัย ที่เป็นสถานที่เก็บวัตถุระเบิดเพื่อเตรียมก่อการร้าย ที่ จ.สมุทรสาคร ว่า เจ้าหน้าที่ได้รับรายงานจึงนำกำลังไปตรวจค้น เบื้องต้นฝ่ายสอบสวนกำลังทำหน้าที่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ดูแลความสงบเรียบร้อยเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยข่าวกรองแห่งชาติ หรือสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำงานร่วมกันอยู่ นอกจากนี้ยังได้ประสานงานกับตำรวจสากลตลอดเวลา ดังนั้นประชาชนไม่ต้องวิตกกังวล สถานการณ์ขณะนี้ยังสามารถควบคุมได้

รัฐบาลจี้มะกันถอนคำแจ้งเตือน

พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เชิญเข้าพบที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า ได้สอบถามถึงความคืบหน้ากรณีสถานทูตสหรัฐอเมริกาได้ออกมาแจ้งคำเตือนชาวสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย จนทำให้เกิดการหวั่นวิตก และทำให้การท่องเที่ยวไทยเสียหาย เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีขอให้กระทรวงกลาโหมสอบถามกระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกาถึงคำเตือนดังกล่าว และให้ถอนคำแจ้งเตือนภายในวันที่ 16 ม.ค. เพราะมิฉะนั้นจะทำให้ประเทศไทยเกิดความเสียหายกับคำแจ้งเตือนดังกล่าว ทั้งนี้ ตนได้ให้ พล.อ.นิพันธ์ ทองเล็ก ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกระทรวงกลาโหม พูดคุยกับ พ.อ.สแวนด้า ผู้ช่วยทูตทหารสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ถึงมาตรการในการแจ้งเตือนและการเสนอข้อมูลข่าวสาร

ทูตมะกันถกกลาโหมประสานงานข่าว

ต่อมาเวลา 13.30 น. พ.อ.สแวนด้า ผู้ช่วยทูตทหารสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้เดินทางเข้าพบผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกระทรวงกลาโหม เพื่อหารือถึงแนวทางในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ภายหลังจากที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาประกาศเตือนประชาชนให้ระวังการก่อการร้ายในประเทศไทย โดยเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

หลังจากนั้น พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงว่า การเข้าหารือครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อหารือร่วมกันใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1.เรื่องของระบบขั้นตอนต่างๆ ของสถานทูตสหรัฐอเมริกา ในเรื่องการแจ้งเตือนความปลอดภัยชาวสหรัฐอเมริกาที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ 2.สถานทูตสหรัฐอเมริกามีข้อมูลที่เชื่อถือได้ว่าอาจจะเกิดอันตรายเป็นภัยคุกคามต่อประชาชาชนสหรัฐอเมริกาในประเทศต่างๆ สถานทูตจึงแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบโดยเร็วที่สุด พร้อมกับมีการประสานงานกับเจ้าของประเทศ โดยผ่านทางกระทรวงการต่างประเทศ และ 3. หารือร่วมกันในแนวทางปฏิบัติในอนาคต หากเกิดกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นจะมีช่องทางในการติดต่อสื่อสารประสานงานกันอย่างใกล้ชิดและรวดเร็ว ซึ่งเรื่องดังกล่าวจะนำข้อมูลสรุปให้กับเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาได้รับทราบต่อไป ทั้งนี้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะนำเรื่องนี้เรียนให้นายกรัฐมนตรีทราบต่อไป

มะกันอ้างแค่แจ้งเตือนคนตนเองให้ระวัง

พ.อ.ธนาธิป กล่าวว่า ในเรื่องการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารผู้ช่วยทูตทหารบอกว่า ตามปกติสถานทูตจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับในประเทศที่มีสถานทูตอยู่ ซึ่งการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารของสหรัฐอเมริกาค่อนข้างชัดเจน และมีระบบการแจ้งเตือนภัยที่ค่อนข้างรวดเร็ว ความจริงเรามีการประสานงานคู่ขนานกับประเทศไทย ปกติการแจ้งเตือนภัยประชาชนของสหรัฐอเมริกาที่อยู่ในประเทศนั้นๆ หากสืบทราบว่าเป็นภัยคุกคามหรืออันตรายต่อประชาชนก็จะมีกระบวนการชี้แจงผ่านไปยังกระทรวงต่างประเทศนั้นๆ ซึ่งเขาจะชี้แจงให้เร็วกว่าของประเทศเรา ทั้งนี้สหรัฐอเมริกาและไทยมีการประสานงานร่วมกันตลอดเวลา เมื่อถามว่า การที่สหรัฐอเมริกาแจ้งเตือนผ่านสื่อออกมาทำให้เกิดผลกระทบต่อประเทศไทย พ.อ.ธนาธิป กล่าวว่า น่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น แต่ความจริงการประสานงานที่ผ่านมาก็ไม่มีเหตุการณ์อะไร ปกติทุกอย่าง ในรอบ 6 ปีที่ผ่านมานั้น ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก จึงเป็นเหตุต้องมาประสานงานร่วมกันว่าหากมีเหตุการณ์ข้อมูลข่าวสารที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ก็จะมีการชี้แจงต่อประเทศนั้นๆ ผ่านกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งการประสานงานต่อไปจะมีความชัดเจนขึ้น และสามารถที่จะแลกเปลี่ยนข่าวสารโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกากับกระทรวงกลาโหม

“น่าจะมีการปรับในการทำงานให้เกิดความชัดเจน และให้เกิดประสิทธิภาพ การแจ้งเตือนในครั้งนี้ทางสหรัฐอเมริกาไม่สามารถเลือกปฏิบัติได้ ในการแจ้งเตือนเฉพาะคนของเขา เขาจึงมีความจำเป็นต้องแจ้งในภาพรวม แต่การแจ้งเตือนในครั้งนี้ไม่ได้เจาะจงว่าจะมีการเหตุการณ์ร้ายแรง เพียงแต่แจ้งเตือนให้มีความระมัดระวังเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันตำรวจดำเนินการเรียบร้อยแล้ว และขอย้ำว่าในแผ่นดินไทยไม่ใช่เป้าหมายของกลุ่มก่อการร้ายในทุกกลุ่ม และประเทศไทยไม่ได้เป็นปฏิปักษ์ต่อกลุ่มต่างๆ” พ.อ.ธนาธิป ระบุ



โพสต์โดย อบต.มมร.สธ.หร.โกเมศซอยการเมือง
อ้างอิงจากอินเทอร์เน็ต

11 ความคิดเห็น:

  1. การเมืองเรื่องน่าเวียนหัว

    ตอบลบ
  2. ได้เข้ามาอ่านแล้วนะจ๊ะ ท่านอบต.มมร.สธ.หร.โกเมศรัตนาราม ซอยการเมือง

    ตอบลบ
  3. ได้เข้ามาอ่านอีกรอบแล้วจ๊ะท่านอบต.มมร.สธ.หร.โกเมศรัตนาราม

    ตอบลบ
  4. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  5. ท่าน อบต.ได้อ่านการเมืองอันวุ่ยวายแล้วนะ

    ตอบลบ
  6. ได้เข้ามาอ่านแล้วนะจ๊ะ ท่านอบต.มมร.สธ.หร.โกเมศ

    ตอบลบ
  7. ขอบตุณที่เข้ามาอ่าน ของท่านอบต.มมร.สะ.หร.โกเมศ นะครับ

    ตอบลบ
  8. กลับมาอ่านอีกครั้งแล้วนะจ๊ะ อบต.ถนนหน้าบ้านใคร

    ตอบลบ